Cleanroom แต่ละอุตสาหกรรม ต้องการไม่เหมือนกัน

June 26, 20250

Cleanroom แต่ละอุตสาหกรรม ต้องการไม่เหมือนกัน

เข้าใจให้ชัด ก่อนออกแบบผิด แล้วต้องแก้ทั้งระบบ

"แผนผังการออกแบบคลีนรูมที่ถูกต้อง ป้องกันการแก้ระบบภายหลัง"

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังวางแผนสร้างห้องคลีนรูมในโรงงาน หรือกำลังคิดจะรีโนเวทระบบเก่าให้ได้มาตรฐานมากขึ้น… สิ่งแรกที่คุณควรรู้คือ

Cleanroom ไม่ใช่ของสำเร็จรูปที่ใช้ได้กับทุกอุตสาหกรรม

ห้องคลีนรูมของโรงงานผลิตยา กับโรงงานอาหาร
หรือของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องมือแพทย์
ดูเผิน ๆ อาจคล้ายกัน แต่เบื้องหลังแล้ว “คนละเรื่อง”

ในบทความนี้ เราจะพาคุณเข้าใจว่า ทำไมห้องคลีนรูมแต่ละอุตสาหกรรมถึงมีข้อกำหนดไม่เหมือนกัน พร้อมแชร์มาตรฐานอ้างอิงและสิ่งที่คุณต้องคิดตั้งแต่วันแรกที่เริ่มออกแบบ

อุตสาหกรรมยา: เรื่องของเชื้อ...ห้ามพลาดแม้แต่นิดเดียว

ควบคุมเชื้อในอุตสาหกรรมยาเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพการผลิตยา

ผลิตภัณฑ์ยา โดยเฉพาะยาปราศจากเชื้อ เช่น ยาฉีด ยาหยอดตา ต้องควบคุมสภาพแวดล้อมให้ปลอดจากเชื้อจุลินทรีย์ตลอดเวลา

มาตรฐานที่ใช้คือ PIC/S Annex 1 ซึ่งระบุชัดเจนว่า
ต้องออกแบบระบบแรงดันให้ไล่ระดับ (pressure cascade)
จากห้องที่สะอาดที่สุด (Grade A / ISO Class 5)
ไปสู่โซนที่สะอาดน้อยกว่า เช่น Grade B, C, D

นอกจากนี้

  • ต้องใช้ HEPA Filter เกรด H13 หรือสูงกว่า

  • ต้องมีระบบ Environmental Monitoring ทั้งเชื้อและอนุภาค

  • ต้องวางระบบ Validation เต็มรูปแบบ: DQ, IQ, OQ, PQ

พูดง่าย ๆ คือ ทุกการออกแบบต้องตอบได้ว่า “จะป้องกันเชื้อให้ได้ตลอดการผลิตได้ยังไง”

อุตสาหกรรมอาหาร: ความสะอาดไม่พอ ต้องกันเชื้อได้ และล้างทำความสะอาดง่าย

พื้นผิวกันเชื้อในโรงงานอุตสาหกรรมอาหารที่ล้างทำความสะอาดง่าย

ในโรงงานอาหาร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่พร้อมบริโภค เช่น เบเกอรี่ เครื่องดื่ม หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีการฆ่าเชื้อหลังผลิต ความเสี่ยงในการปนเปื้อนของเชื้อโรค เช่น E.coli หรือ Salmonella คือเรื่องใหญ่

แม้จะไม่ต้องใช้ ISO Class ที่สูงเท่าห้องยา แต่ก็ต้องวางระบบให้รองรับหลักการ HACCP และ ISO 22000

สิ่งที่ห้องคลีนรูมอาหารต้องคิดคือ:

  • วัสดุที่ใช้ต้องเป็น Food Grade

  • ล้างทำความสะอาดง่าย ไม่มีซอก ไม่มีรอยต่อสะสมเชื้อ

  • ต้องแยกระหว่างโซนอาหารดิบ–อาหารปรุงสุกชัดเจน

  • อุณหภูมิควรควบคุมให้อยู่ในช่วงที่เชื้อโตได้น้อย เช่น ≤ 20°C

  • ใช้ ISO Class ประมาณ 8 หรือสูงกว่า ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า

หลายโรงงานที่เราเข้าไปช่วยแก้ไขเจอปัญหาคล้ายกัน คือ
“สร้างห้องดูสะอาดมาก แต่จุดที่ควบคุมเชื้อไม่ได้ผลจริง”
เพราะ ไม่ได้ออกแบบตามจุดเสี่ยงของอาหารแต่ละประเภท

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์: อนุภาคเล็ก ๆ และไอเคมี…ที่ทำให้ทั้งไลน์พัง

"อนุภาคฝุ่นและไอเคมีในสายการผลิตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์"

ถ้าโรงงานคุณผลิตไมโครชิป, แผงวงจร, หรืองานประกอบที่ละเอียดมาก ๆ
แค่ฝุ่นขนาด 0.3 ไมครอนก็ทำให้สินค้าทั้งล็อตต้องทิ้งได้

และไม่ใช่แค่ฝุ่น…
ไอเคมีที่ล่องลอยในอากาศ (AMC – Airborne Molecular Contamination)
แม้แค่หน่วย ng/m³ ก็ทำให้ wafer เสียหาย

Cleanroom สำหรับอุตสาหกรรมนี้ ต้องควบคุม:

  • อนุภาคขนาดเล็กมาก (ISO Class 5–6)

  • สารเคมีระเหย (AMC) ด้วยระบบกรองแบบ chemisorption

  • ไฟฟ้าสถิต (ESD) และ EMI ที่อาจรบกวนวงจร

และที่สำคัญคือ วัสดุทุกอย่างในห้องต้อง Low-outgassing คือไม่ปล่อยสารระเหย เช่น สี กลิ่น หรือเคมีปนเปื้อนออกมาเพิ่มอีก

นี่คือห้องที่ “สะอาดยังไม่พอ ต้องไม่มีไอกลิ่น ไม่มีสัญญาณรบกวน ไม่มีไฟฟ้าสถิต”

อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์: ควบคุมทั้งฝุ่นและเชื้อแบบพร้อมกัน

"ระบบควบคุมฝุ่นและเชื้อในโรงงานผลิตเครื่องมือแพทย์"

ห้องคลีนรูมของโรงงานผลิตถุงเลือด, สายสวน, เข็มฉีดยา
ต้องควบคุมทั้ง อนุภาคในอากาศ และ จุลินทรีย์ที่มีชีวิต หรือที่เรียกว่า Bioburden

มาตรฐานหลักคือ ISO 13485 + ISO 14698 (สำหรับควบคุมเชื้อ)
โดยจะใช้ ISO Class 7–8 สำหรับโซนประกอบทั่วไป
และ ISO Class 5 หากมีการสัมผัสกับส่วนปลอดเชื้อโดยตรง

สิ่งที่ห้องคลีนรูมกลุ่มนี้ต้องมี:

  • ระบบวัด ทั้งอนุภาค และ CFU/m³ (Viable particles)

  • ระบบควบคุมการเข้าออกแบบแยกโซน

  • วัสดุที่ทำความสะอาดได้ง่าย

  • ระบบเอกสารตรวจสอบย้อนกลับได้ (traceability)

พูดง่าย ๆ คือ ห้องต้องมั่นใจได้ว่า
จะไม่เติมเชื้อเข้าไปในอุปกรณ์ทางการแพทย์โดยไม่รู้ตัว

แล้วแบบไหนถึงเรียกว่า “ห้องที่เวิร์ก”?

ห้องผลิตที่ได้มาตรฐาน พร้อมระบบควบคุมความสะอาดและความดันอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ

ห้องคลีนรูมที่ดีไม่ใช่แค่สะอาด
แต่ต้อง เวิร์กกับไลน์ผลิตของคุณจริง

  • ต้องป้องกันสิ่งที่ต้องควบคุมในอุตสาหกรรมของคุณ

  • ต้องเลือก ISO Class ที่พอดี ไม่ต่ำไป ไม่สูงเกินงบ

  • ต้องมีระบบกรองอากาศ, วัสดุ, ผังห้อง และระบบตรวจวัดที่สอดคล้อง

  • ต้องผ่านมาตรฐานที่อุตสาหกรรมคุณใช้ (GMP, ISO, FDA)

ควรเริ่มจากตรงไหน?

เริ่มจากเอกสารชื่อว่า URS – User Requirement Specification

มันคือการ “ถอดความต้องการของคุณออกมา”
เช่น ผลิตอะไร, เสี่ยงอะไร, ต้องควบคุมอะไร
แล้วให้ทีมวิศวกร Cleanroom เอาข้อมูลนี้ไปออกแบบระบบที่เวิร์กจริง

หากข้ามขั้นตอนนี้ไป ก็จะเกิดสิ่งที่หลายโรงงานเจอ:

  • ระบบดีมาก แต่เกินจำเป็น → เปลืองงบ

  • ระบบไม่พอ → ไม่ผ่าน validation / เสียของ

  • ระบบไม่ตรงกับ flow การทำงาน → ต้องทุบแก้ใหม่

ทางเลือกที่ง่ายกว่า: ให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยคุณตั้งแต่วันแรก

ทีมของเราที่ Acstex (ออกแบบและสร้าง Cleanroom ครบวงจร)
พร้อมช่วยคุณ ตั้งแต่:

  • วิเคราะห์ความต้องการ (URS)

  • ออกแบบผังห้อง วางระบบ HVAC

  • เลือกวัสดุที่ใช่สำหรับอุตสาหกรรมของคุณ

  • ส่งมอบพร้อมเอกสาร DQ, IQ, OQ, PQ ครบ

  • ตรวจวัดคุณภาพอากาศ และช่วยให้ผ่านมาตรฐานที่ต้องการ

สรุปสั้น ๆ ก่อนตัดสินใจ

“Cleanroom ไม่ได้สร้างให้สวย แต่ต้องสร้างให้เวิร์กกับสิ่งที่คุณผลิต”

เข้าใจธรรมชาติของแต่ละอุตสาหกรรม
แล้วออกแบบจากสิ่งนั้น ไม่ใช่จากความรู้สึกว่า “เอาแบบที่ดีที่สุด”
เพราะ “ดีที่สุด” ของแต่ละธุรกิจ… ไม่เหมือนกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

กรอกข้อมูลเพื่อให้เราติดต่อกลับ

    Required fields are marked *

    ACS TEX CO.,LTD.
    18/14 Soi Nawamin 111 Yak 4, Nawamin, Buengkum, Bangkok 10230 Thailand

    CONTECT US
    ©2025 Acstex Co., Ltd. All Rights Reserved.